ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกชุดสูท
dot
bulletห้องวัดตัว
bulletGallary ชุดสูทเช่า
bulletตัดชุดสูทผู้ชาย ต้องวัดสรีระส่วนไหนบ้าง
dot
เกร็ดความรู้ สำหรับการใส่ชุดสูทออกงาน
dot
bulletการเลือกรองเท้าเจ้าบ่าว
bulletชุดทักซิโด้ blacktie ใส่ตอนไหนดี
bulletการเลือกสูทเจ้าบ่าว
bulletผ้าวูล คือสุดยอดผ้าที่นำมาตัดสูท จริงหรือไม่
bulletใส่ชุดสูทให้ดูดีมีสไตล์ ต้องทำอย่างไร ?
bulletDresscode คืออะไรในบัตรเชิญงานเลี้ยง
bullet15 thing men need to know about suits
bulletมารยาทการแต่งกายเมื่อต้องไปเป็นส่วนหนึ่งของงานวิวาห์
bulletการพับผ้าเช็ดหน้าสูทเจ้าบ่าว
bulletการเลือกชุดสูทกับรองเท้าผ้าใบให้เข้าชุดกัน
bulletรองแท้าผู้ชาย 10 แบบ 10 สไตล์ที่ควรรู้
bulletวิธีพับชุดสูทใส่กระเป๋าเดินทาง พับยังไงไม่ให้ยับ


เฟสบุ๊ค ร้านโซเซียลสุท มีแบบชุดสูทสำหรับงานเลี้ยง
โปรเจ้าบ่าวตัดใหม่ใส่คนแรก ราคา 1500 บาท คุ้มมาก
ร้านเช่าชุดราตรี ชุดเพื่อนเจ้าสาว
สาขาสาทร อาคารไทยซีซี ติดสถานนีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์


dot
รองแท้าผู้ชาย 10 แบบ 10 สไตล์ที่ควรรู้

แนะนำให้รู้จักกับรองเท้าผู้ชาย 10 ประเภท ที่ผู้ชายชอบแต่งตัวโดย 10 ประเภทนี้เป็นแบบรองเท้าที่เราเคยเห็นโดยทั่วไป
แต่อาจจะไม่ทราบว่า แต่ละแบบนั้นเรียกว่าอะไร วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับรองเท้าแต่ละประเภทกันครับ

 

 

 

 

 







1. Brogue
จุดเด่นของรองเท้า Brogue คือ ลายฉลุ บนรองเท้า ต้องบอกเลยว่า รองเท้าประเภทนี้เป็นรองเท้าที่มีความคลาสสิคสูง เพราะถือว่าเป็นประเภทของรองเท้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มาจากสก็อตแลนด์
และไอร์แลนด์ โดยสาเหตุที่ต้องมีฉลุ ก็เพราะแต่เดิมนั้น
Brogues นั้นมีไว้ใส่ในชนบท เดินลุยแอ่งน้ำ แอ่งโคลน น้ำในชนบท เลยต้องมีรู ไว้ระบายน้ำออก (อยากรู้เหมือนกันว่าใส่ถุงเท้าหรือเปล่า)
แต่ภายหลังรองเท้านี้ก็ถูกนำมาใส่เป็นเครื่องแต่งกายสำหรับคนเมืองกับสูท และมีความเป็นทางการมากขึ้น อันที่จริงแล้ว
Brogues ก็ยังมีทรงแยกย่อยไปเป็น Full Brogue
หรือที่เรียกอีกอย่างว่า
Wingtip ตามที่เห็นในภาพ แล้วก็มี Semi brogue ซึ่งมีลักษณะร่วมสมัยมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. Toe Cap

Toe Cap เป็นรองเท้าในตระกูล Oxford เฉกเช่นเดียวกับ Brouge ในข้อ 1 ก่อนที่เราจะไปถึงกับทรง Toe cap มาดูความเป็นมาของรองเท้า Oxford กันเสียก่อน
(ขอโทษที่ต้องมาเล่าในข้อที่สอง พอดีจขกทเพิ่งนึกได้ว่าควรจะเล่าเรื่อง
Oxford shoes เสียก่อน) รองเท้า Oxford มีจุดสังเกตคือ การซ่อน tab ของรูร้อยเชือกไว้ด้านในของรองเท้า
ซึ่งอันนี้จะแตกต่างกันกับรองเท้า
Derby ที่ตัว Tab จะเห็นได้ชัดจากด้านนอก (ไว้โอกาสหน้าจะมาคุยเรื่อง Derby ให้ฟัง)
ส่วนจุดเด่นของ Toe Cap ที่เห็นได้ชัดคือ ลายเส้นคาดขวางกับตัวรองเท้าในส่วนปลาย สังเกตดูหลายครั้ง รองเท้า Toe Cap มักจะไม่ค่อยมีรอยย่นเร็วเหมือนกับรองเท้าประเภทอื่น (นึกออกใช่ปะครับ รอยย่นใกล้ๆปลายเท้า)

รองเท้าประเภทนี้ จขกท คิดว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะสำหรับการลงทุนซื้อรองเท้าดีๆครั้งแรก เพราะสามารถใส่ได้ทั้งกับ กางเกงสแล็กและสูท หรือจะใส่กับกางเกงยีนส์ก็ยังได้ อีกทั้งด้วยลักษณะทรงมีความทนทานสูง
หากดูแลรักษาดีๆ เก็บไว้ให้ลูกใส่ยังได้เลยครับ

 


 

 3. Double Monk straps หรือ Monk shoes

รองเท้าสไตล์บาทหลวงที่กลับมาได้รับความนิยมใน 2-3 ปีมานี้ ลักษณะเด่นของมันคือ สายรัด สองเส้น เป็นรองเท้าไร้เชือก ที่เหมาะใส่ทั้งกับสูทและยีนส์
คือถ้าจะให้เรทความเป็นทางการของ
Monk shoes จะอยู่ระหว่าง Oxford (ทางการ) > - Monk shoes > Derby
แต่เอาเข้าจริงทุกวันนี้ เราสามารถจะเอามันมา Dress Down หรือ Dress Up ได้ไม่ยากครับ

 


 

 

 

 

 

 

 

 

4. Penny Loafer

ก่อนอื่น ต้องเกริ่นก่อนว่า Loafers หรือ รองเท้าประเภท Slip on คือรองเท้าสวม ที่ไม่มีเชือก ในอดีต รองเท้าสวมถือว่าเป็นรองเท้าที่มีความเป็นทางการน้อยกว่ารองเท้าที่มีเชือกมาก
แต่ในปัจจุบันเราก็เห็นสุภาพบุรุษหลายๆท่านนิยมที่จะใส่รองเท้าจำพวก
loafers นี้กับสูทมากขึ้น
มาเข้าเรื่องของ
Penny Loafer กันครับ รองเท้าประเภทนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์ Preppy ของอเมริกันชนเลยก็ว่าได้ กางเกง Chino + เสื้อ Oxford + เสื้อ Blazer สี กรมท่า

ต้องถือว่าเป็น 1 ไอเท็มสำคัญของ หนุ่มวิทยาลัยฝั่งตะวันออกทีเดียวครับสาเหตุที่รองเท้าประเภทนี้เรียกว่า Penny Loafer ก็เพราะ ในอดีต เด็กวัยรุ่นอเมริกันชอบนำเหรียน Dime หรือ
เหรียญ
10 เซ็นต์สอดไว้ในช่องด้านหน้าของรองเท้าประเภทนี้ เพื่อไว้หยอดตู้โทรศัพท์ หรือขึ้นรถบัสกลับบ้าน แต่ภายหลังบางคนได้เปลี่ยนมาเป็นเหรียญ Penny ขัดเงามาใส่ เพื่อความเท่ (เพียงอย่างเดียว ไม่มีสาเหตุอื่นเลย)
แม้แต่อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับอย่าง John F. Kennedy ยังชอบนำ Penny Loafer ไปใส่ในแบบลำลอง โดยไม่สวมถุงเท้าและหลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลาย

 จุดเด่นของรองเท้าประเภทนี้คือ ง่ายต่อการใส่และถอด และหากอยากใส่ความเท่ลงไปด้วยการหาเหรียญเพนนี มาใส่ไว้ข้างหน้าก็ไม่มีใครว่าครับ

 


 

 

 

 

 

 

 

5. Tassel Loafers

Tassel Loafers  ก็เป็น Loafers อีกประเภทหนึ่งที่กลับมาได้รับความนิยมใน 3-4 ปีที่ผ่านมา จุดเด่นของมันก็คือ พู่ห้อยด้านหน้า ที่ทำให้รองเท้าโดยรวมดู soft ลง ดูมีความอ่อนช้อย ลดความแข็งของ Loafers
ที่ดูดุดันจนเกินไป ขอบอกเลยว่า Tassel Loafers  เป็นรองเท้าที่นำมาใส่กับลุค casual แล้วทำให้ look โดยรวมของคุณดูมีสไตล์มากขึ้น โดยเฉพาะกับ Tassel ประเภทหนังกลับ ที่สามารถเอามาแต่งเป็นลุค casual
ได้อย่างลงตัว แต่ถ้าหากอยากจะใส่คู่กับสูทหรือกางเกงสแล็ค ก็น่าจะลองมองหา
Tassel หนังธรรมดาสีเข้ม หรือสีเลือดวัว (oxblood) ที่ทำให้ลุคดูเป็นทางการมากขึ้น

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสุภาพบุรุษมีสไตล์ครับ

 


 

 

 

 

 

 

 

6. Boat shoes

 น่าจะเป็นรองเท้าประเภทที่หลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นรองเท้าที่ จู่ๆ ก็มาดังในบ้านเราเอามากๆ เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา แถมยังมีการเรียกรองเท้าที่ลักษณะคล้ายๆ กันอย่าง driving shoes ว่า boat shoes เอาซะด้วย
Boat shoes หรือที่เรียกอีกอย่างว่า deckshoes  ตามชื่อเลยครับ ผลิตออกมาเพื่อไว้ใส่บนเรือ ทรงของมันถูกออกแบบมาเพื่อให้ยึดติดกับพื้นเรือ หนังก็จะถูกเคลือบให้กันน้ำ แต่พอมายุคหลัง ก็เป็นการใส่กับชุด casual ทั่วๆ ไป
จุดเด่นของมันคือ ความสบายและให้ความรู้สึก casual โดยส่วนมากแล้ว boat shoes จะไม่ใส่กับถุงเท้า (แต่แนะนำให้ใส่ถุงเท้าซ่อนแบบ no show เพราะอากาศบ้านเราร้อนและอาจทำให้เท้าเหม็นและรองเท้าเหม็นจนต้องโยนทิ้งได้)

 


 

 

 

 

 

 

7. Driving Shoes

 Driving shoes หรือชื่อเล่นในบ้านเรา รองเท้า Tod’s เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ไม่แพ้ Boat shoes ที่ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มตี๋ สามหล่อ ทั่วบ้านทั่วเมืองตระเวนหา รองเท้า Driving shoes ของ Tod’s มาใส่กัน
(จริงบ้าง ปลอมบ้างคละกันไป) รองเท้าประเภทนี้ก็ตามชื่อครับ เป็นรองเท้าที่ไว้ใช่ใส่ขับรถ

จุดเด่นของมันคือ จะมีปุ่มเล็กๆมากมายใต้พื้นรองเท้าและอาจลามมาถึงหลังรองเท้าด้านบน ประโยชน์ของมันก็คือไว้ให้เกาะกับคันเร่ง เบรค และพื้นรถ ปุ่มที่หลังรองเท้าก็มีเพื่อเวลาท่านวางส้นเท้าในลักษณะแนวตั้งระหว่าง
เหยียบคันเร่งและแตะเปร่งให้มีความมั่นคง และไม่ทำให้หลังรอยเท้าเปื้อน
นี่ก็เป็นรองเท้าอีกประเภทที่เหมาะกับลุคแบบแคชวล ใส่กับกางเกงยีนส์หรือชีโน่ได้ ให้ความรู้สึก sporty นิดๆ อารมณ์นักแข่งรถประมาณนั้น
ซึ่งส่วนมากที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นหนังกลับสีต่างๆ แต่ถ้า จขกทเห็นว่า ควรจะเป็นสีอ่อน และ
pastel นิดๆ เพราะไม่งั้นรองเท้าคุณจะกลายเป็นจุดเด่นและทำให้ทั้งลุคดูไม่บาลานซ์ไปได้นะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

8. Slippers

รองเท้าประเภทที่ 8 นี้คือรองเท้า Slippers ซึ่งโดยมากที่เราเห็นจะเป็น Velvet Slippers หรือ รองเท้าสวมกำมะหยี่ และมีลายปักอยู่ตรงข้างหน้า รองเท้านี้ก็มีเรื่องราวคล้ายๆรองเท้าข้างต้นที่ผมได้เล่าไป ซึ่งก็คือ
วัตถุประสงค์แรกมีไว้อย่างหนึ่ง แล้วพวกดีไซน์เนอร์ก็นำมาทำให้เป็นรองเท้าใส่ในชีวิตประจำวันได้
รองเท้า slippers นี้ แรกเริ่มเดิมทีมีไว้ใส่ในบ้านครับ แต่ภายหลังก็อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น
มีคนนำออกมาทำเป็นรองเท้าแฟชั่น ไว้ใส่ได้ทั้งลุคเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

จุดเด่นของมันคือ ความสบายในการสวมใส่ และ พวกลวดลายที่เป็นลูกเล่น โดยส่วนตัวผมคิดว่ารองเท้าชนิดนี้ ผู้หญิงก็ใส่ได้ ผู้ชายก็ใส่ดีครับผม

 


 

 

 

 

 

 

 

 

9. Desert Boots

คราวนี้มาถึงรองเท้าบู๊ทกันบ้าง โดยประเภทแรกที่จะแนะนำให้รู้จักมีชื่อเรียกว่า Desert boots (เด๊ซ-เซิร์ท) ที่แปลว่า ทะเลทรายนั่นแหละครับ ตามชื่อเลยครับ ผลิตออกมาครั้งแรกเพื่อทหารที่ไปรบในตะวันออกกลาง
อันที่จริงแล้ว
Desert boots เป็นประเภทย่อยของ Chukka boots (ชัก-เกอะ) ซึ่งก็คือ บู๊ท หุ้มข้อที่ไม่สูงมากนั่นเอง แต่ ข้อแตกต่าง ก็คือ Desert boots พื้นรองเท้าจะทำมาจากยางพาราครับ
น่าจะเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินย่ำไปบนทราย

จุดเด่นของรองเท้าประเภทนี้คือ ลักษณะความดิบ ความดุดัน ความเป็นบุรุษเพศ บวกกับการแต่งตัวแบบพวก workwears หรือ อะไรที่ดูแมนๆ จะดูเหมาะมาก โดยเฉพาะนำไปใส่กับ raw denim ทรง straight โดยส่วนตัว
จขกท คิดว่า รองเท้าประเภทนี้ควรใส่กับพวกกางเกงขา
straight หรือ slim แต่ไม่มาก แล้วจะดูดีมาก

 



 

 

 

 

 

 

10. Chelsea Boots

 รองเท้า Chelsea ออกเสียงแบบเดียวกับ ทีม เชลซี นั่นแหละครับ แต่ไม่ใช่รองเท้าสตั๊ดนะครับ เป็นรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อ ที่มีเรื่องราวสืบมาตั้งแต่สมัย Victorian ครั้งแรกจุดประสงค์มีไว้สำหรับใส่ขี่ม้า
จนภายหลังก็กลายมาเป็นเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นรองเท้าอีกประเภทหนึ่งที่มีประวัติยาวนาน และอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้นะครับ

ลักษณะเด่นของมันคือ เป็นรองเท้าบู๊ทประเภทสวม ไม่มีเชือก สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ ผ้ายืดตรงด้านข้างของรองเท้า ที่ไว้ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเวลายัดเท้าเข้าไป
รองเท้าประเภทนี้เป็นรองเท้าที่มีความ Versatile หรือ นำไปใช้ได้ในหลายๆโอกาส ทั้งการแต่งแบบทางการ และลำลองกับ Blue jeans อีกทั้งยังสวมใส่แล้วกระชับ พอดีเท้า ไม่มีการที่เชือกจะมาหลุด ทำให้รำคาญใจ

 

ขอบคุณข้อมุลจาก ..

http://tarmmrat.tumblr.com/post/60926342654/12